กดสองประตู พาขุนค้อนเปิดบ้านไล่ยำใหญ่ คว้ามสามแต้มแรกได้สำเร็จ

กดสองประตู

กดสองประตู เฮแล้วหลังโชว์โหดเปิดบ้านไล่ทุบหมาป่าดับสนิท

กดสองประตู เริ่มการประลองครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 17 ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะเล่นเร็วเมื่อได้ลูกฟรีคิกกึ่งกลางสนามที่ มิชาอิล อันโตนิโอ ถูกตัดฟาวน์และ ปาโบล ฟอร์นัลส์ จ่ายบอลต่อไปให้ จาร์ร็อด โบเว่น ทางฝั่งขวาก่อนเจ้าตัวกระชากเดี่ยวจักจี้เข้าหาเขตโทษกลุ่มเยือนแล้วตกลงใจปั่นโค้งบอลอ้อมทิ่มเสาไกลไปอย่างสุดบรรยายทำเอา รุย ปาตริซิโอ นายด่านหมาป่าที่พยายามพุ่งสุดปลายมือได้แม้กระนั้นป้องกันด้วยสายตาเท่านั้น

นาทีที่ 20 ยังคงได้ลุ้น มิชาอิล อันโตนิโอ โยกหลอกแผงหลังวูล์ฟส์ทางฝั่งขวาในกรอบจุดโทษก่อนบรรจงซัดด้วยเท้าขวาแต่ไม่ห่างมือ ลูกัสซ์ ฟาเบียนสกี้ ทำให้รับไว้ได้ไม่พลาด 4 นาทีต่อมา ยังคงเป็นเวสต์แฮมที่ทำเกมบุกโดยตลอดและได้ลุ้นบวกสกอร์เพิ่มโดย โทมัส ซูเช็ค ที่ได้ซัดเหน่งๆแต่ว่าก็ยังไม่ผ่านมือ รุย ปาตริสิโอ ที่ล้มตัวรับไว้ได้

นาทีที่ 26 วูล์ฟส์ ได้ลูกฟรีคิกระยะเกือบ 30 หลา ชูเอา มูตินโญ่ เล่นลูกสูตรชิพย้อยหวังไปให้ ราอูล ฮิเมเนซ ที่ออกตัวไปเพื่อรับบอลแต่ถูก ฟาเบียนสกี้ อ่านเกมวิ่งออกมาต่อยบอลออกไปได้ แต่ว่าในจังหวะนี้มีเสียงสัญญาณนกหวีดจากการแจ้งของผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงขาวเป็นลูกล้ำหน้า

กดสองประตู

ครบครึ่งชั่วโมงพอดีเป๊ะทัพขุนค้อนน่าได้ประตูนำห่างเมื่อ มิชาอิล อันโตนิโอ ใช้ความแข็งแกร่งแทรกเอาชนะแผงหลังกลุ่มเยือนแล้วเปิดบอลโด่งเลยมาเข้าหัว โทมัส ซูเช็ค ที่ได้โขกเน้นย้ำๆไม่ถึง 10 หลาแม้กระนั้นถูกปฏิเสธโดย รุย ปาตริซิโอ ที่โชว์เซฟเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว

ไปสู่ช่วง 10 นาทีในที่สุดของครึ่งแรกวูล์ฟส์ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย ชูเอา มูตินโญ่ เปิดบอลไปเข้าหัว ราอูล ฮิเมเนซ ที่อุตสาหะกระแทกบังคับแนวทางแต่ทำได้ไม่ดีบอลลอยข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 38 มิชาอิล อันโตนิโอ ศูนย์หน้าขุนค้อนสร้างความหวาดเสียวได้หมุมตัวกดเน้นๆในจุดโทษแม้กระนั้นบอลหลุดออกข้างเสาประตูไปนิดเดียว

นาทีที่ 43 พลาดโอกาสทองที่จะทำประตูที่สองไปอย่างน่าเสียดายเมื่อ มิชาอิล อันโตนิโอ ใช้ความรู้เฉพาะตัวกลับบอลทางฝั่งขวาหลุดเข้าไปซัดย้ำๆแต่ถูก รุย ปาตริซิโอ พุ่งปัดไว้ได้ด้วยปลายมือแต่ว่าบอลยังกระดอนไปเข้างทาง ปาโบล ฟอร์นัลส์ ที่ได้ซ้ำดาบสองระยะไม่ถึง 10 แม้กระนั้นเจ้าตัวดันหวดบอลผ่านคานออกหลังไปเฉยเลย

นาทีต่อมาเป็นฝั่งวูล์ฟส์ได้ลุ้นบ้าง รูเบน วินาเกร ตั้งป้อมซัดเต็มข้อกลางกรอบจุดโทษขุนค้อนบอลพุ่งแรงแม้กระนั้นแนวทางไม่ดีนักส่งผลให้ ลูกัสซ์ ฟาเบียนสกี้ รับไว้ได้ไรปัญหา แฟนผีหัวใจเต้นแรง

หมดครึ่งแรก ที่ครองเกมบุกได้มากกว่าเปิดบ้านนำ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปก่อน 1-0

มาลุ้นกันต่อในครึ่งเวลข้างหลัง ผ่านมาถึงนาทีที่ 51 ได้ลูกฟรีคิกทางฝั่งขวา แอรอน เครสส์เวลล์ เปิดโด่งยัดไปในกรอบเขตโทษเข้าหัว อันเจโล่ อ็อกบอนน่า ที่เติมขึ้นมากระแทกแต่โดนไม่ดีบอลหลุดผ่านคานออกหลัง นาทีที่ 56 วูล์ฟแฮมป์ตัน เปิดเกมบุกขึ้นมาทางฝั่งขวาบอลอยู่ที่ อดาม่า ตราโอเร่ เจ้าตัวตัดสินใจเปิดยัดเข้าไปในเขตโทษ

นาทีต่อมา เวสต์แฮม ได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ มิชาอิล อันโตนิโอ ส่งบอลเลียดจากทางฝั่งขวาข้ามฝั่งไปให้ ปาโบล ฟอร์นัลส์ ตั้งป้อมกดเน้นๆบริเวณเส้นกรอบเขตโทษบอลพุ่งไปชนเสาอย่างจังแต่ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างฝั่งขุนค้อนบอลกระดอนไปเข้าทาง จาร์ร็อด โบเว่น ยืนแปด้วยเท้าซ้ายจ่อๆเข้าไปไม่เหลือซาก

นาทีที่ 66 มาได้ประตูเพิ่มเป็น 3-0 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย แอรอน เครสส์เวลล์ เปิดด้วยเท้าซ้ายบอลโค้งโด่งไปที่เสาแรกและเป็น โทมัส ซูเช็ค ที่วิ่งตัดหน้าเข้ามาโขกเต็มหัวบอลพุ่งแรงไปโดนตัว ราอูล ฮิเมเนซ เปลี่ยนทางเสียบเสาไกลทำเอาตาข่ายสะเทือนเป็นการยิงเข้าประตูตัวเองของฝั่งวูล์ฟส์

กดสองประตู

ล่วงเลยมาถึงนาทีที่ 77 ทัพหมาป่าพยายามโหมบุกหวังทวงประตูคืนมาบ้างและก็ได้โอกาสหวดไกลแทบ 60 หลาโดย รูเบน เนเวส แต่แนวทางก็ยังไม่ดีบอลเหินหลุดออกข้างหลังไปไกล ผลบอล

ตอนทดแทนเวลานาทีที่ 90+3 มาได้ประตูส่งท้าย เป็น 4-0 จากลูกโขกแบบจ่อๆของ เซบาสเตียน ฮัลเลอร์ จบเกม “ขุนค้อน” เปิดบ้านไล่ต้อน “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปแบบสบายเกือก กดสองประตู 4-0 รับสามแต้มไปตามแบบแผน ดูบอลสด 

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เวสต์แฮม (5-4-1) : ลูกัสซ์ ฟาเบียนสกี้ – ไรอัน เฟรเดอริคส์ (เบนจามิน จอห์นสัน น.49), ฟาเบียน บัลบวยน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, แอรอน เครสส์เวลล์, อาร์กตูร์ มาซูอากู – จาร์ร็อด โบเว่น (มาร์ค โนเบิ้ล น.88), โทมัส ซูเช็ค, ดีแคลน ไรซ์, ปาโบล ฟอร์นัลส์ – มิชาอิล อันโตนิโอ (เซบาสเตียน ฮัลเลอร์ น.88)

วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-2-1) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอเนอร์ เคาดี้, โรแม็ง แซสส์ – เนลสัน เซเมโด้ (คี-ยาน่า ฮูเวอร์ น.73), ชูเอา มูตินโญ่ (วิเตอร์ เฟอร์ไรร่า น.73), รูเบน เนเวส, รูเบน วินาเกร – อดาม่า ตราโอเร่ (ฟาบิโอ ซิลวา น.62), เปโดร เนโต้ – ราอูล ฮิเมเนซ

Close