ประเด็นปลดล็อค ในเกมลิเวอร์พูลบุกถล่มพาเลซแบบโงหัวไม่ขึ้น

ประเด็นปลดล็อค

ประเด็นปลดล็อค นับว่าเป็นสกอร์ที่ออกมากินขาด และก็เป็นงานที่ง่ายอย่างยิ่งเกินคาด

ประเด็นปลดล็อค สำหรับกลุ่มแชมป์เก่าอย่าง หงส์แดงลิเวอร์พูล ที่เกม พรีเมียร์ลีก นัดหมายปัจจุบันเมื่อคืนนี้วันเสาร์ บุกไปกระซวก คริสตัล พาเลซ แบบไม่มียั้งด้วยสกอร์ 7-0 ซึ่งจากแมตช์นี้มีเรื่องมีราวดี ๆ จำนวนมากสำหรับหงส์แดง และก็นี่เป็น 8 ใจความสำคัญที่น่าดึงดูดย้ำๆ

จากเกมที่ เซลเฮิร์สท์ พาร์ค นอกเหนือจากเป็นชัยสุดสำคัญที่ทำให้หงส์แดง ประกันตำแหน่งหัวหน้า ฝูงในสุดสัปดาห์นี้แล้ว ยังนับว่าเป็นชัยที่รอสำหรับกลุ่มของที่ปรึกษา พบร์เก้น คล็อปป์ อีกด้วย เนื่องจากอย่างที่ทราบๆกันว่า ฤดูกาลนี้ “ลิเวอร์พูล” ส่งผลงานเกมเยี่ยมในศึก พรีเมียร์ลีก ไม่ค่อยดีเลย

ชนะแค่นัดแรกแค่นั้น แต่ว่าต่อจากนั้นชนะคนใดไม่เป็นมา 5 เกมติด (เสมอ 4 แพ้ 1) ด้วยเหตุดังกล่าวการบุกมาเก็บสามแต้มที่ เซลเฮิร์สท์ พาร์ค คราวนี้ ถือว่าเป็นการกลับมาคว้าชัยเกมเยี่ยมได้อีกที ภายหลังที่ห่างหายไปนานร่วม 3 เดือน แถมเป็นชัยแบบสุดวิจิตรตระการตาด้วย

ประเด็นปลดล็อค หงส์แดงออกตัวฤดูกาล ด้วยการคว้าชัยรวด 3 เกมแรก พร้อมทั้งส่งผลต่างประตูได้-เสียแบบงามๆที่ +5 แต่ว่าภายหลังบุกไปปราชัย แอสตัน วิลล่า

แบบล็อกกระหน่ำด้วยสกอร์ 2-7 ทำให้ผลต่างประตูได้-เสียกลับมาเป็น 0 ช่วงเวลาที่กลุ่มอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, เชลซี คนพูดปลุกใจ

รวมทั้ง เลสเตอร์ สิตี้ กลับเดินหน้าทำแต้มอย่างบ้าส์ กระทั่ง หงส์แดงดูด้อชูว่าสหายใน เรื่องของประตูได้ รวมทั้งประตูเสีย แม้กระทั่งยังคงอยู่ในกรุ๊ปบนตารางก็ตาม

แม้กระนั้นปัจจุบันภายหลังที่กด พาเลซ ไป 7 เม็ด ทำให้ในเวลานี้ “ลิเวอร์พูล” แซง สเปอร์ส ขึ้นมาเป็นกลุ่มที่ส่งผลต่างประตูได้-เสียดีสุดในลีกเป็นระเบียบเรียบร้อยที่ +17

ถ้าหากคนใดกันได้ดูเกมจะมองเห็นได้ว่า ถึงแม้ หงส์แดงขึ้นนำ 1-0 เร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 แต่ว่าจากนั้น พาเลซ เล่นเจริญมากมาย โดยยิ่งไปกว่านั้นตอนกึ่งกลางครึ่งแรกที่มีลุ้นเสียวๆหลายครา ย้ำๆเลยเป็นตอนนาทีที่ 23 ที่ จอร์แดน อายิว ได้โอกาสได้พาบอลผู้เดียวๆเข้ากรอบจุดโทษ (ฟาบินโญ่ ดันเสียท่าลื่นล้ม)

ประเด็นปลดล็อค และก็ผ่านบอลเข้ากึ่งกลางแบบเน้นย้ำๆแม้กระนั้นบอลดันย้อนไป วิลฟรีด ซาฮา ที่วิ่งมาโล่งเตียนๆอย่างโชคร้าย ซึ่งนี่นับว่าเป็นช่องทางที่ดีเลิศๆสำหรับ พาเลซ

ประเด็นปลดล็อค

สำหรับการลุ้นทำคะแนนตีเสมอ ด้วยเหตุว่าถ้าเกิดทำเป็น เกมคงแตกต่างกันออกไป

ประเด็นปลดล็อค และอย่างที่ทราบๆกัน ต่อจากนั้นพอเพียง ลิเวอร์พูล เริ่มรู้สึกตัว พวกเขามาได้ประตู 2-0 จาก ซาดิโอ มาเน่ นาทีที่ 35 ต่อด้วย 3-0 ในนาทีที่ 44 จาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ทำเอาจากที่ยังได้ลุ้น แปลงเป็นเกมขาดตั้งแต่จบครึ่งแรกซะงั้น ผลบอล

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทาคุมิ ไม่นามิโนะ ตัวรุกจอมพลิ้วทีมชาติประเทศญี่ปุ่น ทำแต้มให้หงส์แดง ไปแล้ว 3 ลูก ตั้งแต่แมื่อย้ายมาจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ตอนกึ่งกลางฤดูกาลที่แล้ว

แม้กระนั้นในเกม พรีเมียร์ลีก นั้น เจ้าตัวยังลั่นสกอร์มิได้เลย กระทั่งมาถึงเกมนี้ (เกมที่ 18 ในลีก) ที่เจ้าตัวเปิดซิงประตูแรกเกมลีกภายใต้ยูนิฟอร์ม “ลิเวอร์พูล” ได้เสร็จ

ซึ่งเรียกความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับ ตัวรุกเลือดซามูไรวัย 25 ปี ได้มากทีเดียว ในตอนที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์กัปตันกลุ่มคนเก่ง ก็เบิกสกอร์แรกในช่วงฤดูกาลนี้ให้กับตนเองได้เสร็จ (นัดหมายที่ 16) ด้วยลูกยิงสุดงามเป็นประตู 4-0 ในนาทีที่ 52

ประเด็นปลดล็อค นับว่าเป็นเกร็ดนิดๆหน่อยๆที่น่าดึงดูดเกี่ยวกับความบังเอิญของ ไม่นามิโนะ เพราะว่าเจ้าตัว เซ็นสัญญากับหงส์แดง ช่วงวันที่ 19 เดือนธันวาคม 2019 ต่อจากนั้น 1 ปีเต็มๆพอดี เจ้าตัวก็มาทำแต้มแรกในศึก พรีเมียร์ลีก ได้เสร็จ

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ถูกเห็นว่าเป็นกองหน้าที่ทำแต้มไม่ค่อยเป็น กระทั่งถูกติชมอย่างมาก แต่ว่าดูราวกับว่า ขณะนี้จิตวิญญาณที่จอมเพชฌฆาตได้กลับมาสิงร่าง ฟีร์มีโน่ อีกที เพราะว่าจากที่ไม่มีสกอร์มา 6 เกมติด แปลงเป็นว่า 2 เกมปัจจุบัน ดูบอลสด

เจ้าตัวกระแทกไปแล้ว 3 ตุง ซึ่งซึ่งก็คือ 2 ตุงจากเกมนี้ และก็ลูกกระแทกประตูชัย 2-1 ในนาทีท้ายที่สุด เกมเปิดบ้านเฉือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 เมื่อวันพุธ ซึ่งเหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” ก็แม่น้ำคงคาดหวังที่จะมองเห็น “บ็อบบี้” ทำคะแนนได้อีกเรื่อยโดยเฉพาะที่เดี๋ยวนี้ ดิโอโก้เก๋ โชต้า กำลังประสบปัญหาเจ็บโจมตี

ประเด็นปลดล็อค นอกเหนือจากเรื่องดีๆของ ไม่นามิโนะ กับ ฟีร์มีโน่ แล้ว ก็มาถึงคิวของ มาเน่ บ้าง เพราะเหตุว่าเกมนี้เจ้าตัวทำแต้มได้

ซึ่งถือว่าเป็นการกลับมายิงในเกม พรีเมียร์ลีก ได้อีกที ภายหลังที่ปืนฝืดยาวมา 8 นัดหมายติด หรือตั้งแต่แมื่อเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ ที่หงส์แดง บุกเจ๊า เอฟเวอร์ตัน 2-2 ช่วงวันที่ 17 เดือนตุลาคม

ถึงแม้เริ่มเกมด้วยการนั่งสำรอง แม้กระนั้น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็ถูกสลับตัวลงมาแทน มาเน่ ในนาทีที่ 57 รวมทั้งจัดหนักโดยทันทีด้วยการแอสซิสต์ให้

ฟีร์มีโน่ กดประตู 5-0 ก่อนเหมาทำผู้เดียวสองตุงจบท้าย ซึ่งสองประตูนี้ได้ส่งให้เจ้าตัวนำลำพังในชาร์ตดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ด้วย ที่ปริมาณ 13 ประตู

Close